การอยู่ไฟหลังคลอด คืออะไร? คู่มือฟื้นฟูร่างกายฉบับปลอดภัยที่คุณแม่ควรรู้

สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งผ่านการคลอดบุตร ร่างกายมักจะอ่อนแอและอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก การอยู่ไฟหลังคลอด จึงเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพและปรับสมดุลธาตุในร่างกายให้กลับมาสมบูรณ์แข็งแรงอีกครั้ง แต่ในยุคปัจจุบันที่การแพทย์ก้าวหน้าไปไกล การอยู่ไฟยังจำเป็นอยู่ไหม? มีประโยชน์และข้อควรระวังอย่างไร? บทความนี้มีคำตอบฉบับเข้าใจง่ายมาฝากค่ะ

โทร.093-9465-654

 LINE:0939465654

การอยู่ไฟหลังคลอด คืออะไร? ทำไมคุณแม่สมัยโบราณต้องทำ

ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย เชื่อว่าในระหว่างที่ตั้งครรภ์และคลอดบุตร คุณแม่จะสูญเสีย “ธาตุไฟ” ไปเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดอาการหนาวใน เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก และร่างกายทรุดโทรมได้ง่าย การอยู่ไฟหลังคลอดจึงเป็นการใช้ความร้อนจากเตาไฟและสมุนไพรฤทธิ์ร้อนเข้ามาช่วยทดแทนธาตุไฟที่เสียไป
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันกระบวนการนี้ได้ถูกพัฒนาให้ทันสมัย ปลอดภัย และสะอาดมากขึ้น โดยคุณแม่ไม่จำเป็นต้องนอนบนกระดานแผ่นเดียวข้างเตาถ่านเหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่เปลี่ยนมาใช้เทคนิคประคบร้อนและอบสมุนไพรที่สบายตัวกว่าเดิม

5 ประโยชน์ของการอยู่ไฟหลังคลอดต่อสุขภาพคุณแม่

การอยู่ไฟยุคใหม่ที่ทำอย่างถูกวิธีโดยผู้เชี่ยวชาญ มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน ดังนี้:
  • ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น: ความร้อนช่วยกระตุ้นการหดตัวของมดลูกให้กลับสู่ขนาดปกติได้ไวขึ้น
  • ขับน้ำคาวปลา: ช่วยให้ร่างกายขับของเสียและน้ำคาวปลาที่ค้างอยู่ภายในออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • บรรเทาอาการปวดเมื่อย: การนวดและประคบสมุนไพรช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการโอบอุ้มครรภ์และให้นมบุตร
  • กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและน้ำนม: ไอความร้อนจากสมุนไพรช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ซึ่งส่งผลดีต่อการผลิตน้ำนมแม่
  • ปรับสมดุลฮอร์โมน: ช่วยลดอาการหนาวในและผ่อนคลายความเครียดหลังคลอด

อัตราค่าบริการคอร์สอยู่ไฟหลังคลอดเดลิเวอรี่ 

เพื่อให้คุณแม่สามารถเลือกคอร์สที่เหมาะสมกับเวลาและการฟื้นฟูร่างกายได้อย่างลงตัว เรามีแพ็กเกจให้เลือกดังนี้:

แพ็กเกจคอร์สอยู่ไฟ ระยะเวลาการดูแล รายละเอียดการฟื้นฟู
คอร์สฟื้นฟูเริ่มต้น (3 วัน) วันละ 4-5 ชั่วโมง เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีเวลาน้อย เน้นขับน้ำคาวปลาและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
คอร์สปรับสมดุลเร่งด่วน (5 วัน) วันละ 4-5 ชั่วโมง ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ได้ดีขึ้น ลดอาการหนาวใน กระตุ้นน้ำนมอย่างเป็นระบบ
คอร์สมาตรฐานยอดนิยม (7 วัน) วันละ 4-5 ชั่วโมง แนะนำที่สุดเพื่อการฟื้นฟูเต็มรูปแบบ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ร่างกายเข้าที่รวดเร็ว

บริการอยู่ไฟ

นวดเปิดท่อน้ำนม

คลอดธรรมชาติ VS ผ่าคลอด กี่วันถึงจะอยู่ไฟได้?

นี่คือข้อจำกัดทางเวลาที่สำคัญที่สุดที่คุณแม่ต้องระวัง เพราะหากเริ่มทำเร็วเกินไปขณะที่แผลยังไม่หายดี อาจเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้ครับ:

สำหรับคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติ

  • สามารถเริ่มทำการอยู่ไฟหลังคลอดได้หลังจากคลอดบุตรไปแล้วประมาณ 7–14 วัน
  • เงื่อนไขคือ แผลฝีเย็บต้องแห้งสนิทดีแล้ว และไม่มีอาการอักเสบหรือปวดบวม

สำหรับคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอด (C-Section)

  • จำเป็นต้องเว้นระยะเวลานานกว่าปกติ โดยควรเริ่มทำหลังคลอดไปแล้ว 30–45 วัน
  • เงื่อนไขสำคัญคือ แผลผ่าตัดด้านนอกและด้านในต้องหายดีสนิท และต้องไม่มีอาการเจ็บเสียวที่แผล

ขั้นตอนการอยู่ไฟหลังคลอดในยุคปัจจุบัน มีอะไรบ้าง?

บริการอยู่ไฟเดลิเวอรีหรือตามคลินิกแพทย์แผนไทยในปัจจุบัน มักประกอบด้วยขั้นตอนหลักๆ ดังนี้:
  1. การตรวจเช็กความดันและชีพจร: เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายคุณแม่ก่อนเริ่มทำ
  2. การเข้ากระโจมสมุนไพร: อบไอน้ำที่ต้มด้วยสมุนไพรสด เช่น ไพล ขมิ้น ผิวมะกรูด เพื่อขับเหงื่อและเปิดรูขุมขน
  3. การทับหม้อเกลือ: นำหม้อดินใส่เกลือตั้งไฟให้ร้อน วางบนใบพลับพลึงและผ้าคราม แล้วนำมาประคบบริเวณหน้าท้อง
  4. การนวดประคบสมุนไพร: นวดผ่อนคลายทั่วร่างกายเพื่อลดอาการปวดเมื่อยตามข้อและหลัง
  5. การอาบน้ำสมุนไพร: ขั้นตอนสุดท้ายเพื่อทำความสะอาดผิวพรรณและเพิ่มความสดชื่น

รักษาท่อน้ำนมอุดตัน

ท่อน้ำนมอุดตันเกิดจากไขมันอุดตันตามท่อน้ำนม จะมีอาการอักเสบบริเวณเต้านม น้ำนมไม่ไหล มีอาการคัดตึงปวด เป็นไตแข็ง มักจะมีไวดอทไปอุดตันในรูท่อส่งน้ำนม ทำให้ปวดแสบปวดร้อนบริเวณเต้านม

การรักษาท่อน้ำนมอุดตันของเต้านม ด้วยเทคนิคของการนวดเปิดท่อน้ำนมของแพทย์แผนไทย คือนวดเต้านมเพื่อให้ไขมันที่อุดตันตามรูท่อส่งน้ำนมให้ละลาย เคลียร์เต้าเพื่อให้น้ำนมไหลออกจากเต้านม ประคบอุ่นให้ไขมันละลายและบีบนวดตามหลักการของแพทย์แผนไทย

คุณแม่รีวิวที่ได้ใช้บริการอยู่ไฟกับเรา

ขอขอบคุณ แม่คนสวยคนงามทุกคนที่มาใช้บริการอยู่ไฟและนวดเปิดท่อน้ำนมกับทางเรือนบุษบา